7 สิ่งที่ควรรู้ เมื่อหน้าเป็นฝ้า

เขียนโดย: manee_ หมวดหมู่บทความ: การดูแลผิวหน้า เขียนเมื่อ: 2015-09-30 อ่านแล้ว: 7529 ความคิดเห็น: 0
เมื่อหน้าเป็นฝ้า ปัญหาที่ตามมาก็คงหนีไม่พ้นรอยคล้ำเป็นดวงๆตามใบหน้า ควรเริ่มป้องกัน และรักษารอยฝ้าบนใบหน้าตั้งแต่เนอ่นๆ เพื่อไม่ให้ฝ้ารุกราม จนฝังลึกรักษายาก

7 สิ่งที่ควรทำ  เมื่อหน้าเริ่มมีรอยฝ้า

1. ทาครีมกันแดด

     วิธีที่จะช่วยป้องกันฝ้าได้ดีที่สุดเลยก็คือ เลี่ยงการเจอแสงแดดโดยตรง โดยการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF50 PA++++ ก่อนออกจากบ้าน 15-30 นาที และทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง ก็จะช่วยป้องกันรังสี UVA/UVB ไม่ให้เข้ามาทำร้ายผิวจนเป็นรอนฝ้าได้


     เพิ่มเติม - ต้นเหตุส่วนใหญ่ของการเกิดฝ้า ก็คือรังสี UV ที่ส่งคลื่นรังสีซึมลึกถึงชั้นเซลล์ผิว ทำให้เมลานินก่อตัวเพื่อป้องกันแดด หากไม่ทาครีมกันแดด เมลานินก็จะก่อตัวมมากยิ่งขึ้น จนเป็นรอยฝ้าอย่างที่เห็น

 
2. เลี่ยงครีมเถื่อน



     ครีมที่มีคำโฆษณาชวนเชื่อว่า “รักษาฝ้าหายภายใน 3 วัน” “ผิวขาวขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้” ครีมเหล่านี้มักมีสารเคมีทำร้ายผิว อย่างไฮโดรคิวโนน ปรอท ใช้ครั้งแรกเห็นผลจริง แต่เมื่อหยุดใช้ สิวเห่อ ฝ้าลึก เสียค่ารักษาแพงกว่าที่คุณเลือกใช้ครีมรักษาฝ้าที่ปลอดภัยเสียอีก

 



3. ทานอาหารเสริม



     เลือกทาอาหารดีๆ ที่มีประโยชน์ อย่างผัก ผลไม้ ตับ เนื้อปลา เลี่ยงอาหารรสจัด คาเฟอีน แอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ ถ้าหากในแต่ละวันคุณทานอาหารที่มีวิตามิน แร่ธาติไม่เพียงพอ สามารถเลือกทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี ที่เป็นตัวช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ เพื่อลดการเกิดฝ้า ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น
 



4. ทานยาปรับธาตุ



     ฝ้า เกิดจากความร้อนจากแดด เตา หน้าจอคอม และหลอดไฟ รวมถึงฮอร์โมนในร่างกายที่แปรปรวน จนทำให้เกิดฝ้าแดด ฝ้าเลือด หรือฝ้าฮอร์โมนได้ การทานยาปรับธาตุจะช่วยบรรเทาพิษร้อนจากร่างกาย บำรุงเลือด และปรับฮอร์โมนให้คงที่ ไม่ว่าจะเป็นยาธาตุสูตรจีน สูตรไทย ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน แต่ควรเลือกยาปรับธาตุที่ได้มาตราฐานด้วยนะคะ
 



5. สูตรสมุนไพรรักษาฝ้า

     สมุนไพรรักษาฝ้า ย่อมดีกว่าการใช้สารเคมีลอกผิวหน้า เพราะสมุนไพร จะเป็นตัวช่วยที่ทั้งรักษา และบำรุง ฟื้นฟูผิวหน้า พร้อมต่อต้านอนุมูลอิสระบนผิวหน้า ทำให้ผิวหน้าเปล่งปลัง กระจ่างใส รอยฝ้าจางลงได้ดี

     สูตรหัวไชเท้า รักษาฝ้า : หัวไชเท้าปลอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วปั่นพอละเอียด ผสมน้ำผึ้ง (อาจบีบน้ำมะนาวผสมลงไปนิดหน่อย) นำมาพอกไว้ให้ทั่วหน้าหรือบริเวณที่เป็นฝ้าประมาณ 15 นาที ล้างออกให้สะอาด


     สูตรว่านหางจระเข้ รักษาฝ้า : ในว่านหางจระเข้มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย จุดด่างดำได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีกรดอ่อน ๆ ช่วยลดความมันบนใบหน้า สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยว่านหางจระเข้ก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงนำเนื้อวุ้นในว่านหางจระเข้มาทาบริเวณใบหน้าวันละ 2 ครั้ง

     สูตรมะขามเปียก รักษาฝ้า : นำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาไปยังบริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า โดยทาบาง ๆ ให้ทั่วรอยฝ้า ทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออก จะสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและลดรอยด่างดำได้
    

6. ดูแลตัวเอง





     หลีกเลี่ยงความเครียดที่ก่อให้เกิดฝ้า หันมานั่งสมาธิ ออกกำลังกายวันละ 30 นาที ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้ว หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ งดบุหรี่ นอนหลับพักผ่อนให้ได้วันละ 7-8 ชั่วโมง เท่านี้ผิวหน้าก็จะสดใส ไร้รอยฝ้า
 



7. ปรึกษาแพทย์



     หากการรักษาฝ้าเบื้องต้นยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เพื่อรับยา และการดูแลโดยตรงจากแพทย์ หมั่นขอคำปรึกษา และคอยดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีเป็นประจำ เพื่อไม่ให้ฝ้าฝังลึกมากกว่าเดิม
 




ด้วย 7 สิ่งที่ควรทำ ที่เราได้แนะนำมาข้างต้นอย่างเป็นประจำ ก็สามารถช่วยลด และบรรเทารอยฝ้าให้ค่อยๆจางลงได้เป็นอย่างดี และอย่าลืมทาครีมรักษาฝ้า Manee Skincare เพื่อช่วยรักษาฝ้าให้ค่อยๆจางลงด้วยนะคะ

แสดงความคิดเห็น

รหัสรูปภาพ


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม