หยุดเชื่อ! การรักษาฝ้าแบบผิดๆ จนทำให้ผิวเสีย ฝ้าฝังลึก!

เขียนโดย: manee_ หมวดหมู่บทความ: การดูแลผิวหน้า เขียนเมื่อ: 2015-11-03 อ่านแล้ว: 5256 ความคิดเห็น: 0
การรักษาฝ้าของสาวๆในทุกวันนี้ มักต้องการความรวดเร็ว ใจร้อน จึงทำให้เกิดการรักษาฝ้าแบบผิดๆจนทำร้ายผิวหน้าให้บางลง ทำให้รอยฝ้าชัดขึ้น เรามาลองปรับเปลี่ยนวิธีการรักษาฝ้าแบบถนอมผิวหน้ากันดีกว่าค่ะ :)

 

5 วิธีทำร้ายผิวหน้าให้ฝ้าชัดขึ้น!

วิธีที่ 1
: หัวไชเท้าแสบผิว

     หัวไชเท้า เป็นสมุนไพรที่ขึ้นชื่อในเรื่องลดรอยฝ้า และนิยมมากในการแปะ หรือพอกที่รอยฝ้า กระ จุดด่างดำ ทำให้รอยฝ้าจางลง แต่ใช้ได้กับบางคนเท่านั้น! เพราะหัวไชเท้ามีฤทธ์เป็นกรดที่เข้มข้น เป็นพืชที่มีความเผ็ดร้อน ทำให้ผิวหน้ามีอาการแสบแดงได้ หัวไชเท้าสดพอกหน้าจึงไม่เหมาะกับคนที่ผิวบอบบาง ผิวแพ้ง่าย



วิธีแก้ไข

     - หั่นหัวไชเท้า แช่เย็น เพื่อลดอาการแสบร้อน ค่อยนำมาพอกหน้า
     - ให้นำน้ำหัวไชเท้า ผสมกับรำข้าวบดละเอียด คนนเป็นเนื้อครีม จึงค่อยนำมาพอกหน้า
     - ผสมน้ำผึ้ง หรือน้ำว่านหางจระเข้เพื่อลดอาการแสบร้อน
     - ควรพอกเพียง 3-5 นาทีเท่านั้น หากไม่มีอาการระคายเคืองค่อยเพิ่มป็น 10 นาที
     - ทดสอบอาการแพ้ แสบแดง ด้วยการทาทิ้งไว้ที่ท้องแขน
     - เลือกใช้ครีมรักษาฝ้าสูตรหัวไชเท้าเพื่อช่วยลดรอยฝ้า ไม่แสบผิว
 



วิธีที่ 2 : เครื่องสำอางกลบรอยฝ้า
     การแต่งหน้า สามารถช่วยปกปิดรอยดำ ฝ้า กระ ได้ แต่รู้หรือไม่ ว่าสารเคมีจากเครื่องสำอางที่มีแอลกอฮอล น้ำหอม สารกันเสีย หรือฮอร์โมนผสมอยู่ ก็สามารถทำร้ายผิวหน้า ให้รอยฝ้าที่คุณสาวๆมีชัด และลึกมากขึ้น จากปฏิกิริยาของแสงแดดนั่นเอง



วิธีแก้ไข

     - ล้างทำความสะอาดใบหน้า เช้า – เย็น
     - ห้ามลืมล้างหน้าก่อนนอนเด็ดขาด
     - หากแต่งหน้าจัดควรเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอาง โดยการเช็ดตามแนวขน
     - ขั้นตอนสุดท้ายของการล้างหน้า คือล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัด เพื่อกระชับรูขุมขน
 





วิธีที่ 3 : ลอกฝ้าด้วยเคมี
     เคมีลอกฝ้า อาจเห็นผลดี เพราะสามารถช่วยให้เซลล์ผิวชั้นนอกหลุดลอก โดยเฉพาะเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ รอยดำจากสิว รอยฝ้า รอยกระ และคราบไคลหลุดลอกออกง่าย แต่!! หากปริมาณของน้ำยาลอกหน้าแต่ละตัวมีความรุนแรง และใช้ลอกผิวหน้าบ่อยๆ ก็จะทำให้ผิวหน้าบางลง แห้งลอก ระคายเคืองง่าย อาจก่อให้เกิดผิวไวต่อแสงแดด มีอาการไหม้ แสบแดงได้ง่ายขึ้น




วิธีแก้ไข

     - มาร์คหน้าด้วยสูตรธรรมชาติอย่างการใช้มะนาว มะขามเปียก มะละกอ ฯลฯ
     - ไม่ควรถูกแสงแดดทันทีเมื่อทำการลอกหน้า
     - หยุดการลอกหน้า และบำรุงผิวหน้าให้แข็งแรง
 





วิธีที่ 4 : ครีมไฮโดรควิโนนลดฝ้า
     ครีมไฮโดรควิโนน ถึงจะเป็นสารไฮดรอกซีฟีนอล ที่ช่วยยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส (tyrosinase) ทำให้การผลิตเม็ดสีน้อยลง แต่ก็ไม่ควรสุ่มสี่ สุ่มห้าให้มั่วซั่วเด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำร้ายผิวหน้าให้ฝ้าฝังลึกเมื่อหยุดใช้แล้ว ยังทำให้ผิวหน้าบาง ไวต่อแดด และยังก่อให้เกิดเคมีตกค้างในเซลล์ผิว ส่งผลให้ผิวหน้าเสีย เสื่อมสภาพมีสิวขึ้นเห่อ ฝ้าฝังลึกไม่หายอีกด้วย




วิธีแก้ไข

     - ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ เพื่อรับไฮโดรควิโนนในเปอร์เซนต์ที่เหมาะสม!
     - เลือกครีมรักษาฝ้าสูตรสมุนไพรธรรมชาติ เพื่อป้องกันผิวหน้าแพ้จากเคมี
     - ไม่ว่าจะเป็นครีมใดๆ ควรทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้





วิธีที่ 5 : ใช้ครีมรักษาฝ้า แต่ไม่ทาครีมกันแดด
     ปัจจัยหลักๆที่ทำให้ผิวหน้าเกิดรอยฝ้า ก็มาจากแสงแดดนั่นแหละ!! ถึงจะใช้ครีมรักษาฝ้าที่ดีที่สุด และแพงที่สุดขนาดไหน แต่ถ้ายังไม่ใช้ครมกันแดดเพื่อป้องกันรังสี UVA/UVB แล้วล่ะก็.. ลืมไปได้เลยเรื่องรอยฝ้าบนใบหน้าจะจางลง แถมรังสีจากจอคอม จอมือถือ หลอดไฟ ความร้อนจากเตาก็ทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน ดังนั้นก่อนออกจากบ้านทุกครั้งต้องอย่าลืมทาครีมกันแดด




วิธีแก้ไข

     - เลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF50 PA+++
     - ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน 15 นาที
     - ถ้าวันไหนออกแดดจัดเป็นเวลานานควรทาครีมกันแดดทุกๆ 2 ชั่วโมง
     - ควรทาครีมกันแดดแม้อยู่ในอาคาร หรืออยู่ในบ้าน



หากอยากให้รอยฝ้าจาง และลดเลือนลง คุณควรเลือกทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกายและผิวพรรณ นอกจากนี้คุณควรออกกำลังกาย พักผ่อน แล้วอย่าลืมพอกหน้าด้วยสูตรสมุนไพรเพื่อช่วยลดรอยฝ้าอย่างปลอดภัย แต่หากคุณไม่มีเวลาว่างถึงขั้นพอกหน้าก่อนนอน ก็ควรใช้ชุดรักษาฝ้า Manee Skincare เพื่อช่วยลด และป้องกันรอยฝ้าไม่ให้ฝังลึกมากกว่าเดิมด้วยนะคะ :)

แสดงความคิดเห็น

รหัสรูปภาพ


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม