หน้าเป็นฝ้า อย่าละเลย รีบรักษาผิวหน้าก่อนที่ความสดใสจะหมดไป !

เขียนโดย: manee_ หมวดหมู่บทความ: การดูแลผิวหน้า เขียนเมื่อ: 2015-09-14 อ่านแล้ว: 2612 ความคิดเห็น: 0
ไม่ว่าผิวหน้าของคุณจะเริ่มมีปัญหารอยฝ้าเล็กๆน้อย หรือเป็นฝ้าแล้ว แต่ยังไม่เริ่มรักษาตั้งแต่ตอนนี้ ปัญหารอยฝ้าบนใบหน้าของคุณอาถลำลึก จนเกิดเป็นฝ้าฝังลึก รักษายาก ควรเริ่มรักษาฝ้าตั้งแต่เนิ่นๆจะดีที่สุด


วิธีรักษา และป้องกันฝ้า
 
ล้างหน้า วันละ 2 ครั้ง
     ควรล้างหน้าเพียงวันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น อย่างเบามือ เพราะการล้างหน้า เป็นการทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อชำระล้างสิ่งสกปรก แบคทีเรียรวมถึงสารเคมีตกค้างจากเครื่องสำอางบนใบหน้า เพื่อลดการเกิดฝ้า และสิว

 


พอกหน้าด้วยมะนาว สับปะรด
     น้ำสับปะรดมาปั่น ผสมมะนาว 1 ลูก นำมาพอกหน้า 15 นาที ก่อนอาบน้ำ สูตรนี้จะช่วยลดการเกิดสิว ลดรอยดำจากฝ้า รอยดำจากสิว ช่วยให้รูขุมขนกระชับขึ้น ด้วยเอนไซม์จากธรรมชาติ วิตามินซี และ AHA ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่หมองคล้ำ ให้ค่อยๆขาวขึ้น พร้อมกระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ให้สดใส เติมเต็มมากยิ่งขึ้น
 


พอกหน้าด้วยโยเกิร์ต
     นำโยเกิร์ตที่แช่เย็นพอกหน้า 10-15 นาที กรดแลคติคในโยเกิร์ต จะช่วยผลัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวหน้ากระจ่างใส ลดอาการไหม้แดด ทำให้รอยฝ้าบรรเทาลง และยังช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น รูขุมขนกระชับมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
 


กินอาหารเพื่อสุขภาพ
     เลือกทานอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน แร่ธาตุ วิตามิน เกลือแร่ จะช่วยให้สุขภาพ และผิวแข็งแรงขึ้น พร้อมดื่มน้ำสะอาด ๆ ให้ได้วันละ 8-10 แก้ว เป็นอย่างต่ำ เท่านี้ก็ช่วยรักษา และบรรเทารอยฝ้าได้เป็นอย่างดี

        - ควรทานอาหารที่มีวิตามินซี วิตามินบี และอาหารที่มีคอลาเจน จะช่วยลดรอยฝ้า ลดริ้วรอย ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น
 


เลือกใช้ครีมรักษาฝ้าที่ปลอดภัย
     เลือกครีมรักษาฝ้าที่มีกรดธรรมชาติ อย่าง AHAs และ BHAs จะช่วยผลัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวหมองคล้ำ หรือเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้ผิวที่เป็นรอยฝ้า กระจ่างใสขึ้น

        - หรือคุณจะเลือกครีมที่สารสกัดจากสมุนไพรอย่าง ว่านหางจระเข้, หัวไชเท้า, ใบบัวบก และน้ำมันอัลมอนด์ จะช่วยในการผลัดเซลล์ผิวหมองจากรอยฝ้าให้ค่อยจางขึ้นได้เป็นอย่างดี
 


ปกป้องผิวจากแสงแดด
     ทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน จะช่วยป้องกันผิวจากรังสี UV เป็นวิธีที่ช่วยป้องกันฝ้าที่ดี และง่ายต่อการรักษาฝ้าอีกวิธีหนึ่ง

         - ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน 15 นาที และเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF50 PA+++ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกันแดดได้ดีที่สุด

         - ควรทาครีมกันแดดทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นวันที่คุณอยู่ในอาคาร หรืออยู่ในบ้านก็ไม่ควรลืมทาครีมกันแดดทุกวัน

         - ทาครีมกันแดดทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง เพื่อประสิทธิภาพในการกันแดดสูงสุด
 
         - นอกจากทาครีมกันแดดแล้ว ต้องใส่เสื้อ หมวก กางเกงขายาว เพื่อป้องกันแสงแดดที่จะทำร้ายผิวอีกชั้นหนึ่ง

 


ทำจิตใจให้สงบ
      ความเครียด ฮอร์โมนแปรปรวน ทำให้ร่างกายเกิดอนุมูลอิสระ จนผิวหน้าอ่อนแอ เม็ดสีเมลานินก่อตัวทำให้เกิดฝ้าบนใบหน้าได้

         - หากมีอาการเครียด ควรเลือกวิธีคลายเครียดด้วยการทำสมาธิ โยคะ หรืออกกำลังกายเพื่อลดความเครียด หรือวิธีอื่นๆที่จรรโลงใจทำให้ช่วยลดรอยฝ้าได้ดี
 


เลี่ยงยาคุม ลดฝ้า
     เพราะยาคุม มีปริมาณฮอร์โมนรวมอยู่ ทำให้เมื่อทานเข้าไปก็จะเกิดอาการฮอร์โมนแปรปรวน จนเกินการสร้างเมลานิน ทำให้เกิดรอยฝ้าตามส่วนต่าง ๆ ของใบหน้า

         - หากหยุดทานยาคุม รอยฝ้าก็จะบรรเทาลง หรือหารคุณจำเป็นต้องทานยาคุม ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อลดขนาดฮอร์โมน ทำให้ช่วยลดรอยฝ้าได้
  


เลเซอร์รักษาฝ้า
     หากอาการฝ้ายังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการรักษาฝ้าที่ดีที่สุดสำหรับผิวหน้าของคุณ หากคุณต้องเลเซอร์รักษาฝ้า คุณก็ควรศึกษาวิธีการรักษา และควรไปตรวจดูแลผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอ
 

ขั้นตอนดูแลผิวหน้าทั้งหมดนี้ สามารถช่วยแก้ไขปัญหารอยฝ้า หรือป้องกันรอยฝ้าบนใบหน้าของคุณได้ดีในระดับหนึ่ง หากคุณยังไม่เริ่มดูแลผิวหน้าตั้งแต่เนิ่นๆ รอยฝ้าก็จะฝังลึก และรักษายากมากกว่าเดิม อย่าลืมดูแลผิวหน้าอย่าสม่ำเสมอด้วยนะคะ 


 

แสดงความคิดเห็น

รหัสรูปภาพ


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม