รักษาฝ้าอย่างไรให้หายขาด!

เขียนโดย: manee_ หมวดหมู่บทความ: การดูแลผิวหน้า เขียนเมื่อ: 2015-10-29 อ่านแล้ว: 2543 ความคิดเห็น: 0
ปัญหาผิวหน้าของสาวไทยส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้น “ฝ้า” อย่างแน่นอน! และคงไม่มีสาวๆคนไหนอยากเป็น “ฝ้า” กันนักใช่ไหมล่ะคะ วันนี้ Manee Skincare ขอนำเสนอ “วิธีรักษาฝ้า” ง่ายๆ ที่สามารถแก้ปัญหารอยฝ้าให้หายขาดได้ ด้วย 5 วิธีดังต่อไปนี้

2 เหตุผลสำคัญ! ที่ทำให้สาวไทยส่วนใหญ่เป็น “ฝ้า” ไม่หายสักที!


     (1.) แดดที่ประเทศไทยร้อนมาก ทำให้รังสี UVA/UVB ส่งคลื่นพลังงานได้ลึก สาวไทยจึงเป็นฝ้าได้ง่าย รวมถึงการใช้เครื่องสำอางบางชนิด การทานยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด ฮอร์โมน และกรรมพันธุ์ ก็เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้าได้เช่นกัน


     (2.) วิธีรักษาฝ้าที่ผิดวิธี แพทย์บางท่านอาจไม่เข้าใจการรักษาฝ้าไม่ถูกต้อง เพราะอาจเข้าใจว่าฝ้าเกิดจากการทำงานของเซลล์เม็ดสีผิวที่เพิ่มขึ้นจากการโดนแดดเท่านั้น จึงได้ใช้ยาทาฝ้า การทำเลเซอร์ ลอกผิว หรือกรอผิวหน้า ไม่ได้ช่วยให้รอยฝ้าหายได้อย่างถาวร ทั้งยังทำให้ผิวอ่อนแอ ไวต่อแสงแดดจากการรักษาฝ้า จนรอยฝ้ารุกราม และลึกขึ้น!
 

วิธีรักษาฝ้าที่ถูกต้อง และหายขาด!

วิธีที่ 1 : หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ผิวอ่อนแอ

     เลี่ยงการรักษาฝ้าแบบเดิมๆที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการลอกผิวด้วยเคมี ไฮโดรควิโนน การเลเซอร์ การกรอผิวหน้า หรือการใช้ครีมและเครื่องสำอางที่มีสารเคมี เพื่อหยุดการกระทำที่จะทำให้ผิวบอบบางอ่อนแอลง

 

วิธีที่ 2 : ครีมฟื้นฟูผิวหน้าจากฝ้า

     เลือกครีมบำรุง หรือรักษาฝ้าที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ, วิตามินซี, วิตามินอี, AHA, อาร์บูติน (Arbutin), กรดโคจิก (Kojic) เพื่อทำให้ฝ้าจางลงและทำให้หน้าดูกระจ่างใสขึ้นได้ เพียงแต่ต้องใช้ระยะเวลานานหน่อยเท่านั้น

     หรืออาจเลือกใช้ครีมรักษาฝ้า สูตรหัวไชเท้า ของ Manee Skincare เพราะหัวไชเท้ามีฤทธิ์ในการลดฝ้า รอยด่างดำ เหมาะสำหรับผิวแห้ง เนื้อครีมเข้มข้นใช้เพียงเล็กน้อยก็ให้ความชุ่มชื้นสูง สามารถใช้ได้นานถึง 1-2 เดือน
 


วิธีที่ 3 : ป้องกันผิวหน้า

     ใช้ครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวจากรังสียูสี ไม่ว่าจะรังสีจากแสงแดด คอม หรือหลอดไฟภายในบ้าน โดยเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 ขึ้นไป และต้องเป็นแบบ PA+++ ด้วย ถึงจะช่วยปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     หากจำเป็นจะต้องออกแดดตลอดเวลา หรือทำงานกลางแจ้ง ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF50 PA++++ ทาก่อนออกจากบ้าน 15 นาที และทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง)
 


วิธีที่ 4 : สมุนไพรรักษาฝ้าอย่างอ่อนโยน

     หัวไชเท้า – หัวไชเท้าปั่น แช่ให้เย็นเพื่อลดฤทธิ์แสบร้อน กรองน้ำหัวไชเท้า 1 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมกับน้ำผึ้ง และดินสอพอง คนให้เป็นเนื้อครีม พอกหน้า 15-20 ล้างออกให้สะอาด  (สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง)

     มะขามเปียก – ผสมมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ ขมิ้นผง 1 ช้อนชา น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา พอกหน้า 15-20 ล้างออกให้สะอาด (สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง และไม่ควรออกแดดทันทีหลังพอก)

     ใบบัวบก – คั้นน้ำใบบัวบก 2-3 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนชา นำมาเช็ดหน้าแทนโทนเนอร์ก่อนนอนทุกวัน หรือจะพอกทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด 

     ว่านหางจระเข้ – วุ้นว่านหางจรเข้ที่แก่จัดมาล้างยางให้สะอาด นำมาปั่นให้ละเอียด ผสมมะนาว น้ำผึ้ง อย่างละ 1 ช้อนชา พอกหน้าทุกวัน เช้าเย็น ล้างออกให้สะอาด 

เพิ่มเติม : หลังพอกหน้า ควร
ทาครีมบำรุง หรือครีมรักษาฝ้าเพื่อช่วยลดรอยฝ้าได้เป็นอย่างดี
 


วิธีที่ 5 : ดูแลรักษาฝ้าจากภายใน

     ทานอาหารที่มีประโยชน์ อาหารจำพวกผักใบเขียว ที่มีสารเบต้าแคโรทีน อาหารที่มีวิตามินซี อี เอ บี ได้แก่ บล็อคโคลี แครอท คะน้า ผักโขม รวมถึง นม มะละกอสุก แคนตาลูบ เมล็ดฟักทองหรือเมล็ดทานตะวัน รวมถึง กระเทียม หอยนางรม แอปเปิ้ลเขียว ผลไม้ตระกูลส้ม ฯลฯ ที่จะทำให้ลดการอักเสบของผิวหนัง และไปยับยั้งการเกิดสิว ฝ้า กระ ได้

     ทานอาหารเสริม เลือกอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี ที่เป็นตัวช่วยทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ฝ้าขยายตัวใหญ่ขึ้น

     น้ำเปล่า เป็นยาวิเศษที่จะช่วยชะล้างสิ่งสกปรกในร่างกาย ช่วยขับสารพิษ ซึ่งเป็นสาเหตุของสิว ฝ้า กระ
 
     ออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยวันละ 30 นาที เพื่อช่วยให้ร่างกายภายใน และภายนอกแข็งแรงขึ้น ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดการเกิดสิว ฝ้า ผิวเปล่งปลั่ง แข็งแรง

     ลดความเครียด ความเครียดจะส่งผลให้เกิดอนุมูลอิสระ จนรอยฝ้าชัด และเพิ่มมากยิ่งขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยง หรือลดความเพื่อจะ
ช่วยให้ร่างกายลดการเกิดอนุมูลอิสระ ลดรอยฝ้าได้ 


ปัญหาผิวหน้าอย่างรอยฝ้า กระ จุดด่างดำ สามารถแก้ไข ลดปัญหารอยฝ้าให้จางลงได้อย่างเห็นผล ด้วย 5 วิธีที่เราได้แนะนำไป และควรเลือกใช้ครีมรักษาฝ้าสูตรหัวไชเท้า ของ Manee skincare เพื่อช่วยลด และป้องกันการเกิดฝ้า พร้อมคืนความชุ่มชื้น ใช้ได้แม้กระทั่งผิวบอบบาง หรือผิวแห้ง ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองอย่างแน่นอนค่ะ :)
     
     
     
 
 

แสดงความคิดเห็น

รหัสรูปภาพ


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม